บทวิเคราะห์ ราคาทองภาคเช้า 18/07/61

ราคาทองคําวานนี้ ปิดปรับตัวลดลงถึง 13.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์หรือคิดเป็น -1% โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ภายหลังจากที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)ได้กล่าวในระหว่างแถลงการณ์รอบครึ่งปี ว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจําวุฒิสภาว่า เศรษฐกิจสหรัฐกําลังขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วเพียงพอที่จะทําให้เฟดเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้ ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน สถานการณ์ดังกล่าวกดดันให้ราคาทองคําร่วงลงหลุดแนวรับสําคัญในทางเทคนิคจนกระตุ้นให้เกิดแรงขายเพิ่มเติมส่งผลให้ราคาทองคําร่วงลงแตะระดับตํ่าสุดในรอบ 1 ปี บริเวณ 1,225.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างวัน สําหรับวันนี้ ติดตามการTestimony เป็ นวันที่ 2 ของประธานเฟดต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจําสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงติดตามการเปิดเผยตัวเลขการอนุญาตก่อสร้าง, ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านของสหรัฐ และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ(Beige Book)ของเฟด 12 เขต

อัพเดตราคาทองวันนี้

บทวิเคราะห์ราคาทองภาคบ่าย 06/06/18

ราคาทองคำช่วงเช้าแกว่งตัวในกรอบแคบ ขณะที่วานนี้เม็กซิโกประกาศเก็บภาษีเหล็กกล้า,เนื้อหมู,เหล้าbourbon จากสหรัฐ โดยภาษีเนื้อหมูมีผลบังคับใช้แล้วในอัตรา10% และจะเพิ่มขึ้นเป็น20% ในวันที่ 5ก.ค.
บทวิเคราะห์ราคาทอง
ทั้งนี้สหรัฐส่งออกเนื้อหมูมายังเม็กซิโกมากเป็นอันดับสองของมูลค่าส่งออกทั้งหมดและการตอบโต้กลับครั้งนี้พุ่งเป้าไปยังรัฐที่เป็นฐานเสียงของพรรคริพับลิกันก่อนถึงการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในเดือนพ.ย.นี้ เป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ แต่ราคาทองคำ ปรับตัวขึ้นได้อย่างจำกัดเพราะประเด็น “Trump-Kim Summit” ชัดเจนขึ้น โดยการประชุมจะมีขึ้น ณ โรงแรมคาเปลลา เกาะเซนโตซาของสิงคโปร์ วันที่12มิ.ย.เวลา 09.00 น.ตามเวลาสิงคโปร์
ทั้งนี้ รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศให้พื้นที่ส่วนหนึ่งของเกาะเซนโตซาเป็น “เขตความมั่นคงพิเศษ” ในช่วง 10-14 มิ.ย.  อย่างไรก็ตามจะเห็นว่าปัจจัยส่วนใหญ่ที่กล่าวมาเป็นปัจจัยเดิมที่ตลาดรับรู้มาพอสมควรแล้ว ราคาทองคำจึงยังแกว่งตัวในกรอบ ส่วนค่าเงินบาทระยะสั้นแข็งค่า เนื่องจากดอลลาร์กลับมาอ่อนค่าลง รวมถึงFund Flowไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ไทยกว่า 8 พันล้านบาท 2 วันติดต่อกันในสัปดาห์นี้
ขณะที่แรงขายออกจากตลาดหุ้นไทยเริ่มชะลอลง ส่งผลกดดันราคาทองคำในประเทศ ด้านปัจจัยทางเทคนิคประเมินว่า หากพยายามขึ้นทดสอบ 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากสามารถยืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้ มีแนวโน้มขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไป แต่ถ้าไม่สามารถปรับขึ้นได้ จะเกิดแรงขายออกมาเป็นระยะ โดยแนวรับระยะสั้นจะอยู่ที่ 1,282-1,280 ขณะที่แนวต้านสำคัญของวันจะอยู่บริเวณ 1,307 ดอลลาร์ต่อออนซ์แนะนำกลยุทธ์อาจแบ่งขายทำกำไรในบริเวณ 1,300-1,307 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือถ้าเกิดการอ่อนตัวลงมาอาจพิจารณาเข้าซื้อหากไม่หลุด1,282-1,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยลดพอร์ตการลงทุนหากหลุด1,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์
อัพเดตราคาทอง