มัทฉะ vs โฮจิฉะ: ชาเขียวสองสไตล์ต่างกันอย่างไร

มัทฉะ vs โฮจิฉะ: ชาเขียวสองสไตล์ต่างกันอย่างไร


โฮจิฉะ (Hojicha) และมัทฉะ (Matcha)
 เป็นชาเขียวจากญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่มีความแตกต่างที่โดดเด่นทั้งในด้านกระบวนการผลิต รสชาติ กลิ่น และปริมาณคาเฟอีน ทำให้เหมาะกับการดื่มในโอกาสที่ต่างกัน


มัทฉะ (Matcha)

มัทฉะเป็นชาเขียวผงละเอียดที่ผลิตจากใบชาที่ปลูกในร่ม โดยจะคลุมผ้าบังแสงก่อนเก็บเกี่ยว เพื่อเพิ่มปริมาณคลอโรฟิลล์และกรดอะมิโน ซึ่งมีผลต่อสีเขียวสดและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์

กระบวนการผลิต

  1. การบังแสง: ใบชาจะถูกคลุมด้วยผ้าบังแสงก่อนเก็บเกี่ยวประมาณ 20-30 วัน เพื่อเพิ่มการสร้างคลอโรฟิลล์และสารอูมามิ (Umami)
  2. การเก็บเกี่ยว: เก็บเกี่ยวเฉพาะยอดใบชาที่อ่อนนุ่ม
  3. การนึ่ง: นำใบชาที่เก็บเกี่ยวมานึ่งทันทีเพื่อหยุดกระบวนการออกซิเดชัน และรักษาสีเขียวสด รวมถึงสารอาหาร
  4. การอบแห้ง: นำใบชาที่นึ่งแล้วไปอบแห้ง
  5. การคัดแยก: คัดแยกก้านและเส้นใบออก เหลือเพียงเนื้อใบชาที่เรียกว่า “เท็นฉะ” (Tencha)
  6. การบด: นำเท็นฉะไปบดด้วยโม่หินจนเป็นผงละเอียด มัทฉะคุณภาพดีมักจะบดด้วยโม่หินช้าๆ เพื่อป้องกันความร้อนทำลายรสชาติ

รสชาติและกลิ่น

  • รสชาติ: มัทฉะมีรสชาติที่เข้มข้น มีความซับซ้อน มักจะให้รสอูมามิ (รสกลมกล่อมคล้ายสาหร่าย) หวานเล็กน้อย และอาจมีรสขมฝาดปลายลิ้น โดยเฉพาะมัทฉะเกรดสูงจะมีรสขมน้อยและมีความหวานละมุน
  • กลิ่น: มีกลิ่นหอมสดชื่นคล้ายหญ้า กลิ่นพืช และบางครั้งก็มีกลิ่นคล้ายถั่วหรือสาหร่าย

ปริมาณคาเฟอีน

มัทฉะมีปริมาณคาเฟอีนสูงกว่าชาเขียวทั่วไป เนื่องจากเป็นการดื่มใบชาทั้งใบ จึงเหมาะสำหรับดื่มเพื่อเพิ่มความสดชื่นหรือก่อนทำกิจกรรม


โฮจิฉะ (Hojicha)

โฮจิฉะเป็นชาเขียวที่ผ่านกระบวนการคั่ว ทำให้มีสีน้ำตาลและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ต่างจากชาเขียวชนิดอื่นๆ ที่ไม่ได้ผ่านการคั่ว

กระบวนการผลิต

  1. การเลือกใบชา: โฮจิฉะมักจะใช้ใบชาเขียวที่โตเต็มที่แล้ว (เช่น บันฉะ) หรือก้านและกิ่งของชา
  2. การคั่ว: นำใบชาเหล่านี้ไปคั่วด้วยความร้อนสูง (ประมาณ 200-300 องศาเซลเซียส) จนใบชามีสีน้ำตาลอมแดงและมีกลิ่นหอม
  3. การทำให้เย็น: หลังจากคั่วเสร็จ จะถูกนำไปทำให้เย็นลงอย่างรวดเร็ว
  4. การบด (สำหรับโฮจิฉะผง): หากเป็นโฮจิฉะแบบผง ก็จะนำไปบดละเอียดเช่นเดียวกับมัทฉะ

รสชาติและกลิ่น

  • รสชาติ: โฮจิฉะมีรสชาติที่นุ่มนวล กลมกล่อม ไม่ขม ไม่ฝาด มีรสคล้ายถั่วคั่ว คาราเมล หรือรสชาติแบบ Earthy (ดิน)
  • กลิ่น: มีกลิ่นหอมคั่วที่เป็นเอกลักษณ์ คล้ายกาแฟคั่วอ่อนๆ หรือกลิ่นหอมแบบ Smokey

ปริมาณคาเฟอีน

กระบวนการคั่วทำให้ปริมาณคาเฟอีนในโฮจิฉะลดลงอย่างมาก ทำให้เป็นชาที่สามารถดื่มได้ทุกเพศทุกวัย และเหมาะสำหรับดื่มในช่วงเย็นหรือก่อนนอน เพราะไม่รบกวนการนอนหลับ


ข้อแตกต่างที่สำคัญโดยสรุป

คุณสมบัติมัทฉะ (Matcha)โฮจิฉะ (Hojicha)
กระบวนการผลิตคลุมแสง, นึ่ง, อบแห้ง, คัดแยกก้าน, บดคั่วด้วยความร้อนสูง, ทำให้เย็น, บด (ถ้าเป็นผง)
วัตถุดิบยอดใบชาอ่อนที่ปลูกในร่มใบชาที่โตเต็มที่, ก้าน, หรือกิ่งชา
สีผงสีเขียวสด, น้ำชาสีเขียวเข้มผงสีน้ำตาล, น้ำชาสีน้ำตาลอ่อน
รสชาติเข้มข้น, อูมามิ, หวาน, อาจมีขมเล็กน้อยนุ่มนวล, กลมกล่อม, กลิ่นคั่ว, ไม่มีรสขม/ฝาด
กลิ่นหอมสดชื่น, หญ้า, พืชหอมคั่ว, ถั่วคั่ว, คาราเมล, Smokey
คาเฟอีนสูงต่ำ
ช่วงเวลาที่เหมาะสมช่วงเช้า, บ่าย (ต้องการความสดชื่น/พลังงาน)ช่วงบ่าย, เย็น (ต้องการผ่อนคลาย)